วิเคราะห์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020/2021 โดย ZEED88

วิเคราะห์พรีเมียร์ลีกกับสิ่งที่น่าสนใจจากฤดูกาลที่ผ่านมา

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้เริ่มขี้นแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาให้เหล่านักแทงบอลออนไลน์ได้กลับมาสนุกอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งปิดฤดูกาลที่แล้วไปไม่ถึงเดือน เนื่องจากการแข่งขันที่ถูกเบรคไปก่อนหน้านี้จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้แข่งขันจบและปิดฤดูกาลล่าช้ากว่าปกติ โดยจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยการเป็นแชมป์ของหงส์แดงลิเวอร์พูล ที่รอคอยการกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้งมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ให้แฟนหงส์แดงทั่วโลกได้เฉลิมฉลองอย่างมีความสุขอีกครั้ง ตามมาด้วยอันดับ 2-4 ที่จะได้ไปแข่งในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้แก่ แมนเชสเตอร์ซิตี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเชลซี ตามลำดับ ทีมที่ได้ไปแข่งในรายการยูฟ่ายูโรป้าลีกได้แก่ เลสเตอร์ซิตี้ ท็อตแนมฮอตสเปอร์ ที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 5-6 และอาร์เซน่อล ที่ได้โควต้าจากการเป็นแชมป์บอลถ้วย FA Cup และ 3 ทีมที่ตกชั้นลงไปเล่นในรายการแชมเปี้ยนชิพ ได้แก่ นอริชซิตี้ วัตฟอร์ต และบอร์มมัธ โดยทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ลีดส์ยูไนเต็ด เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน และฟูแล่ม ที่กลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกให้คอบอลได้เล่นแทงบอลออนไลน์กัน

รางวัลส่วนตัวต่างๆ ได้แก่

  • รางวัลรองเท้าทองคำ: เจมี่ วาร์ดี้ จากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ยิงไปทั้งหมด 23 ประตู
  • รางวัลถุงมือทองคำ: เอแดร์สัน จากสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ คลีนชีต 16 เกมส์
  • รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม: เยอร์เกน คลอปป์ จากสโมสรลิเวอร์พูล
  • รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม: เควิน เดอ บรอยน์ จากสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้
  • รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยม: เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จากสโมสรลิเวอร์พูล
  • รางวัลลูกยิงยอดเยี่ยม: ซง ฮึง มิน จากสโมสรท็อตแนมฮอตสเปอร์
  • รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA): เควิน เดอ บรอยน์ จากสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้
  • รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA): เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จากสโมสรลิเวอร์พูล
  • รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลอังกฤษ (FWA): จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จากสโมสรลิเวอร์พูล
  • รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของผลโหวตแฟนบอล: ซาดิโอ มาเน่ จากสโมสรลิเวอร์พูล

สถิติที่น่าสนใจต่างๆ ได้แก่

  • ชนะในบ้านมากที่สุด: แมนเชสเตอร์ซิตี้ 8-0 วัตฟอร์ต (21 กันยายน 2019)
  • ชนะนอกบ้านมากที่สุด: เซาแธมป์ตัน 0-9 เลสเตอร์ซิตี้ (25 ตุลาคม 2019)
  • แมทช์ที่มีการทำประตูมากที่สุด: เซาแธมป์ตัน 0-9 เลสเตอร์ซิตี้ (25 ตุลาคม 2019)
  • ชนะติดต่อกันมากที่สุด: ลิเวอร์พูล (18 เกมส์)
  • ไม่แพ้ติดต่อกันมากที่สุด: ลิเวอร์พูล (27 เกมส์)
  • ไม่ชนะติดต่อกันมากที่สุด: วัตฟอร์ต (11 เกมส์)
  • แพ้ติดต่อกันมากที่สุด: นอริชซิตี้ (10 เกมส์)

ฤดูกาลใหม่กับอะไรๆที่เปลี่ยนแปลงไป

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้การแข่งขันพรีเมียร์ลึกโดนเบรคไปหลายเดือนในฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อกลับมาทำการแข่งขัน ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษก็กำหนดให้เป็นการแข่งแบบปิดไม่มีแฟนบอลในสนาม เพื่อลดการอยู่ใกล้กัน เป็นมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส และเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ มาตรการดังกล่าวก็ยังคงอยู่ ทำให้ตอนนี้เป็นฤดูกาลที่ยังไม่มีแฟนบอลได้เข้าไปชมในสนาม ทำให้บรรยากาศในสนาม และความได้เปรียบของเจ้าบ้านเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ต้องรอดูกันว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นเมื่อไร และแฟนบอลจะได้กลับเข้าสู่สนามไปรับชมความสนุกได้วันไหน

บทวิเคราะห์แบบเร็วๆทั้ง 20 ทีม

มาดูกันว่าแต่ละทีมในฤดูกาล 2020/21 นี้จะเป็นอย่างไร กับบทวิเคราะห์แบบเร็วๆไม่ละเอียดมาก โดยจะเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษของชื่อที

อาร์เซน่อล (Arsenal) – ด้วยแผนการทำทีมของมิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมเมื่อกลางฤดูกาลที่แล้ว ทำให้อาร์เซน่อลจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ FA Cup และการเซ็นสัญญาที่เด่นๆ เช่น ต่อสัญญานักเตะที่เก่งที่สุดของทีมอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ศูนย์หน้าทีมชาติกาบอง แถมการเสริมกองหลังที่เป็นจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลที่แล้ว ทำให้อาร์เซน่อลเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวของฤดูกาลนี้ เป็นทีมที่สามารถลุ้นพื้นที่ยุโรปได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่อาจจะยังยากสักหน่อยถ้าต้องมองถึงการเป็นแชมป์

แอสตันวิลล่า (Aston Villa) – การขยายสัญญาของ แจ็ก กรีลิช และไทโรน มิ้งส์ ทำให้วิลล่าเป็นทีมกลางๆที่น่าจะอยู่รอดปลอดภัยไม่น่าจะต้องหนีตกชั้นเหมือนฤดูกาลที่แล้ว และเผลอๆอาจขึ้นไปลุ้นถึงพื้นที่ยุโรปได้เลย

ไบร์ทตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน (Brighton & Hove Albion) – ทีมของเกรแฮม พ็อตเตอร์ มีการเสริมทัพนิดหน่อยไม่ได้หวือหวามาก น่าจะจบที่กลางๆค่อนท้ายตารางเหมือนเดิม

เบิร์นลีย์ (Burnley) – เบิร์นลีย์จบด้วยอันดับ 10 ที่น่าประทับใจในฤดูกาลที่แล้ว แต่ไม่มีการเสริมทัพหนักตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในทีมที่มีโอกาสตกชั้นสูงมากในฤดูกาลนี้

เชลซี (Chelsea) – เชลซีเสริมทัพอย่างบ้าคลั่งด้วยนักเตะชื่อดังระดับโลกกว่า 250 ล้านยูโร ประกอบกับทีมที่เล่นได้ดีจนจบอันดับ 4 ในฤดูกาลก่อนหน้า ทำให้ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์อย่างแน่นอน ต้องมาดูกันว่านักเตะใหม่เหล่านี้จะเล่นได้เข้าขากับทีมชุดเดิมขนาดไหน

คริสตัลพาเลซ (Crystal Palace) – คล้ายกับวิลล่า ไม่น่าต้องหนีตกชั้น แต่ก็ไม่ไ้ด้ลุ้นพื้นที่ยุโรปเหมือนวิลล่า

เอฟเวอร์ตัน (Everton) – ทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ เสริมทัพได้อย่างน่ากลัวด้วยนักเตะระดับโลกอย่าง ฮาเมส โรดิเกวซ และอัลลัน ประกอบกับทีมชุดเก่าที่เล่นกันอย่างเข้าขา กองหน้าที่ยิงอย่างมากมาย ทำให้เอฟเวอร์ตันเป็นทีมที่น่ากลัว สามารถลุ้นพื้นที่ยุโรปถ้วยใหญ่ และสามารถขึ้นไปลุ้นแชมป์ได้เลย

ฟูแล่ม (Fulham) – ทีมน้องใหม่ที่ไม่มีอะไรน่ากลัวนัก อาจจะเป็นทีมที่ต้องตกชั้นกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิพอีกรอบ

ลีดส์ยูไนเต็ด (Leeds United) – ทีมใหม่หน้าเก่าที่ห่างหายไปจากพรีเมียร์ลีกกว่า 16 ปี กลับมาอีกครั้งพร้อมกุนซือขั้นเทพอย่าง มาร์เซโล บิเอลซ่า หนึ่งในปรมจารย์กุนซือที่ เป็ป กวาดิโอล่า ยอดผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ซิตี้ยกย่องให้เป็นอาจารย์ของเขา ลีดส์มาพร้อมแท็กติกและแผนการเล่นที่หวือหวา พร้อมท้าชนทั้งทีมเล็กและทีมใหญ่ เผลอๆได้ลุ้นถึงพื้นที่ยุโรปเลยทีเดียว

เลสเตอร์ซิตี้ (Leicester City) – ทีมของ แบรนดอน ร็อดเจอร์ เกือบได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกจากการจบที่ 5 ในฤดูกาลที่แล้ว เป็นอีกทีมที่ไม่ได้เสริมทัพมากมายนัก แต่ก็มีขุมกำลังที่พร้อมกลับไปทวงแชมป์อีกครั้ง

ลิเวอร์พูล (Liverpool) – แชมป์เก่าที่เสริมกองกลางเชิงสูง ติอาโก อาคันทาร่า และดิโอโก โชต้า ประกอบทีมชุดเก่าที่เก่งมากๆอยู่แล้ว ทำให้ลิเวอร์พูลอยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ และมีโอกาสได้แชมป์อีกครั้งสูงมาก

แมนเชสเตอร์ซิตี้ (Manchester City) – แมนเชสเตอร์ซิตี้คือหนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดของลิเวอร์พูล รองแชมป์จากฤดูกาลที่แล้วเสริมกองหลังที่ทีมมีปัญหา และภายใต้การคุมทีมของ เป็ป กวาดิโอล่า ยอดผู้จัดการทีม ทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างไม่ต้องสงสัย

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United) – แมนยูจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 3 กับการชนะรวดและไม่แพ้อย่างต่อเนื่องหลายเกมส์ แต่การเสริมทัพไม่กี่ตัวในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซ้ำยังไม่ได้นักเตะที่ต้องการที่สุดอย่าง เจดอน ซานโช ของโบรุสเสียดอร์ทมุนด์ ทำให้แมนยูอาจจะลุ้นแชมป์ยากซักหน่อย และยิ่งฤดูกาลนี้มีทีมพร้อมแย่งพื้นที่ยุโรปอย่างอาร์เซน่อล เอฟเวอร์ตัน สเปอร์ ลีดส์ และวูล์ฟ ทำให้แมนยูอาจจะต้องระวังซักหน่อย

นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (Newcastle United) – หลังจากที่พลาดการขายสโมสรให้กับเจ้าของใหม่ นิวคาสเซิลก็ไม่ได้เสริมทีมอะไรมากมาย จะคล้ายๆกับวิลล่า และคริสตัลพาเลซ

เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด (Sheffield United) – ทีมน้องใหม่ที่สร้างปรากฎการณ์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เสีย ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูคนสำคัญที่ยืมมาจากแมนยูกลับทีมเก่าไป กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างมาก นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าจะประสบปัญหาฟอร์มตกในฤดูกาลที่ 2 (Second Season Sydrome)

เซาแธมป์ตัน (Southampton) – ทีมที่มาแรงช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว กองหน้าอย่าง แดนนี่ อิงส์ ก็ทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ อาจมีลุ้นถึงพื้นที่ยุโรปเลยทีเดียว

ท็อตแนมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) – โฆเซ่ มูรินโญ่ เสริมทัพได้น่าสนใจ และสเปอร์ก็เป็นทีมลุ้นแชมป์ได้ดีทีเดียว ถ้าแก้ปัญหาเวลาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บได้ แต่สำหรับพื้นที่ยุโรปนั้น สเปอร์เป็นทีมหลักอีกทีมที่มองข้ามไม่ได้เลย

เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน (West Bromwich Albion) – ทีมน้องใหม่ที่มีโอกาสกลับไปแชมเปี้ยนส์ชิพสูงมาก ด้วยคุณภาพของผู้เล่นที่ไม่ได้ดีกว่าทีมอื่นมากนัก

เวสต์แฮมยูไนเต็ด (West Ham United)) – ทีมหนีตกชั้นจากฤดูกาลที่แล้ว ที่ไม่น่าต้องไปลุ้นตกชั้นแล้วในฤดูกาลนี้ แต่โอกาสในการไปเล่นบอลยุโรปก็มีน้อยซะเหลือเกิน

วูล์ฟแฮมป์ตันวันเดอร์เรอร์ส (Wolverhampton Wanderers) – ทีมที่พลาดโอกาสในการไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลที่แล้วอย่างฉิวเฉียด ในฤดูกาลนี้ลูกทีมของ นูโน เอสปิริโต้ ซานโต้ พร้อมจะกลับมาเบียดทีมใหญ่ในการไปเล่นบอลยุโรปอย่างแน่นอน

หากผู้อ่านท่านใด มั่นใจในการวิเคราะห์ของตนเอง และอยากร่วมสนุก ร่วมลุ้นไปกับการแทงบอลออนไลน์ โดยเฉพาะความสนุกของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผู้อ่านสามารถคลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิกได้ทันที ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็จะพร้อมกับประสบการณ์เดิมพันออนไลน์เต็มรูปแบบ